สรรพคุณ ทางยา ประโยชน์ของคำฝอย Carthamus tinctorius Linn. ถิ่นกำเนิดและสารเคมีที่พบรักษาและใช้ทำอะไรได้บ้าง

May 9th, 2010

คำฝอย
ชื่อท้องถิ่น ดอก คำ, คำ, คำยอง

ชื่อวิทยาศาสตร์
.

วงศ์
COMPOSITAE (ASTERACEAE)

ชื่อสามัญ
Safflower, american Saffron

ลักษณะ
เป็น พืชล้มลุก สูงราว 50-150 เซนติเมตร ลำต้นเป็นสันเกลี้ยง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรี รูปใบหอกหรือรูปขอบขนาน กว้าง 1-5 ซม. ยาว 3-12 ซม. ขอบใบหยักฟันเลื่อย ปลายเป็นหนามแหลม ดอก ออกรวมกันเป็นช่อที่ปลายยอด มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก เมื่อบานใหม่ ๆ กลีบดอกสีเหลืองแล้วจึงเปลี่ยนเป็นสีแดง ใบประดับแข็งเป็นหนามรองรับช่อดอก ผลเป็นผลแห้งไม่แตกมีรูปคล้ายไข่กลับเบี้ยวๆ ขนาดผลยาว 0.6-0.8 เซนติเมตรสีขาวงาช้าง ปลายตัด มีสัน 4 สัน มีเมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยม สีขาว ขนาดเล็ก

คลิ๊กเข้าอ่านบทความทั้งหมด »

ป้ายยอดฮิต: , , , , , , , , , , ,

สรรพคุณ ทางยา ประโยชน์ของขี้เหล็ก Senna siamea ถิ่นกำเนิดและสารเคมีที่พบรักษาและใช้ทำอะไรได้บ้าง

May 9th, 2010

ขี้เหล็ก
ชื่อท้องถิ่น ขี้เหล็กบ้าน (ลำปาง-สุราษฎร์) ขี้เหล็กเผือก (เชียงใหม่) ขี้เหล็กใหญ่ (ภาคกลาง) ยะหา (ปัตตานี) ผักจี้ลี้ (ฉาน-แม่ฮ่องสอน) ขี้เหล็กแก่น (ราชบุรี) ขี้เหล็กหลวง (ภาคเหนือ) ขี้เหล็กจิหรี่ (ภาคใต้) ขี้เหล็กโคก ขี้เหล็กแพะ ขี้เหล็กป่า ขี้เหล็กสาร

ชื่อวิทยาศาสตร์
Senna siamea (Lam.) Irwin et Barneby (Cassia siamea Lam.)

วงศ์
LEGUMINOSAE (FABACEAE) CAESALPINIOIDEAE

ชื่อสามัญ
Cassod Tree, Thai Copper Pod, Siamese Cassia.

ลักษณะ
เป็น ไม้ยืนต้น สูง 8 - 15 เมตร ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับใบย่อยรูปขนาน กว้างประมาณ 1.5 ซม. ยาว 4 ซม. ใบอ่อนสีน้ำตาลอมเขียว ดอกออกเป็น ช่อที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักแบน ยาวและหนา

คลิ๊กเข้าอ่านบทความทั้งหมด »

ป้ายยอดฮิต: , , , , , , , , , , , , , , ,

สรรพคุณ ทางยา ประโยชน์ของขิง Ginger Zingiber officinale Roscoe ถิ่นกำเนิดและสารเคมีที่พบรักษาและใช้ทำอะไรได้บ้าง

May 9th, 2010

ขิง
ชื่อท้องถิ่น
ขิงแกลง, ขิงแดง (จันทรบุรี), ขิงเผือก (เชียงใหม่), สะเอ(แม่ฮ่องสอน), ขิงบ้าน, ขิงแครง, ขิงป่า, ขิงเขา, ขิงดอกเดียว(ภาคกลาง), เกีย(จีนแต้จิ๋ว)

ชื่อวิทยาศาสตร์
.

วงศ์

ชื่อสามัญ
Ginger

ลักษณะ
เป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีนวลมีกลิ่นหอมเฉพาะ แทงหน่อหรือลำต้นเทียมขึ้นเป้นกอประกอบด้วยกาบหรือโคนใบหุ้มซ้อนกัน ใบ เป็นชนิดใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันเป็นสองแถว ใบรูปหอกเกลี้ยงๆ กว้าง 105 - 2 ซม. ยาว 12 - 20 ซม. หลังใบห่อจีบเป็นรูปรางนำปลายใบสอบเรียวแหลม โคนใบสองแคบและจะเป็นกาบหุ้มลำต้นเทียม ตรงช่วงระหว่างกาบกับตัวใบจะหักโค้งเป็นข้อศอก ดอก สีขาว ออกรวมกันเป็นช่อรูปเห็ดหรือกระบองโบราณ แทงขึ้นมาจากเหง้า ชูก้านสูงขึ้นมา 15 - 25 ซม. ทุกๆ ดอกที่กาบสีเขียวปนแดงรูปโค้งๆ ห่อรองรับ กาบจะปิดแน่นเมื่อดอกยังอ่อน และจะขยายอ้าให้ เห็นดอกในภายหลัง กลีบดอกและกลีบรองกลีบดอก มีอย่างละ 3 กลีบ อุ้มน้ำ และหลุดร่วงไว โคนกลีบดอกม้วนห่อ ส่วนปลายกลีบผายกว้างออกเกสรผู้มี 6 อัน ผล กลม แข็ง โต วัดผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม.

คลิ๊กเข้าอ่านบทความทั้งหมด »

ป้ายยอดฮิต: , , , , , , , , , , , , , , , ,